คืนสยองขวัญบนรถตู้
ราส์ส กิโลหก
กริ๊งๆๆๆๆๆกริ๊งๆๆๆๆๆๆ......
ผมสะดุ้ง...ลืมตา..เพราะเสียง นาฬิกาปลุก บนหัวเตียงที่กรีดระรัวอย่างไม่เกรงใจเจ้าของ จนผมเกรงใจมันต้องลุกขึ้นอย่างขี้เกียจ พลางสะบัดหัว ไล่ความงัวเงีย มึนงง ออกจากหัว พร้อม เอื้อมมือไปในความมืด ควานหา ด้วยความเคยชินไปยัง นาฬิกา ต้นเสียง หยิบคว้าเอามามอง ...กดปุ่มหยุดเสียงให้มันเงียบ...
พรายน้ำจากเข็มนาฬิกา ชี้บอก เวลา ตี 5 พอดิบพอดี ...เป็นไปตามที่ผมตั้งเวลาไว้ ....ปัดเอาผ้าห่มออกจากร่างกายดีดตัวลงจากเตียงนอน พยายาม ไล่ความง่วงที่ยังรบกวนอยู่ ...เหมือนร่างกายยังไม่พร้อมที่จะตื่น เปิดสวิตไฟฟ้า ...วิ่งเข้าห้องน้ำ ปฎิบัติ ภาระกิจ ส่วนตัวทันที....
วันนี้เรามีนัดจะไปงานศพ แม่ของ น้องที่ทำงาน ซึ่งตั้งศพอยู่ที่วัดต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง ทางภาคอีสาน ....ก็ตามสมัยนิยม...ผมตกลงเหมารถตู้เพื่อเป็นพาหนะในการเดินทาง ...เพราะขี้เกียจขับรถ...จังหวัดที่จะไปไม่ใช่ใกล้ๆระยะทาง เกือบ 500 กิโลเมตร....
ลุงบุญ ขับรถตู้มาจอดที่หน้าบ้าน... ผมรออยู่แล้ว ..ไม่ให้เสียเวลา เปิดประตูด้านข้าง ขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังคนขับ.. ไม่ต้องรอให้ลุงบุญ มาเปิดให้..
“ลุง มีเพื่อนผม อีก 5 คนรออยู่ที่ หน้าศาลากลางจังหวัด แวะรับด้วย ครับ..!!” ผมยื่นหน้าบอกลุงคนขับ..
แกหันหน้ามาหาผม “ ได้ครับ ไปกัน แค่ 5 คน เท่านั้น เหรอ”......ก็มีไปเท่านั้น แหละ ลุง จะได้นั่งกันสบายๆ ผมตอบแก...
ท้องฟ้ายังมืด อากาศยามเช้าเย็นสบาย ถนนหนทางโล่ง ท้องถนนมีผู้คนไม่มาก บ้านผู้คนสองข้างทางมืดเงียบ นานๆจะมีรถให้พบเห็น...นึกในใจว่าถ้าโลกเราไม่มีดวงอาทิตย์....ไม่มีแสงตะวัน...ชีวิตความเป็นอยู่คงลำบากไม่น้อย...
เบิ้ม , เจ๋ง , ขรรชัย , หมาน และ อ้ายเหวง ยืนรอกันอยู่ ข้างๆศาลากลางจังหวัด...ตรงตามเวลานัดหมายโดยพร้อมเพรียงกัน...
“อ้าย เหวง เอ็ง ขึ้น ด้านหน้า นั่ง คู่กับคนขับ เอ็งมันตัวใหญ่” ผมตะโกน บอกทันทีที่รถจอด ตรงหน้ากลุ่มที่ยืนรอกันอยู่..อ้ายเหวง ตัวอ้วนดำ สูง 180 เซ็นต์ติเมตร หนักคงเป็น ร้อยกิโล เป็นลูกน้องผมเอง หมอนี่ถ้าได้กิน เบียร์ สามารถกินคนเดียวได้เป็นโหล...
.ส่วน อีก 4 คน ทยอยกันขึ้นด้านตัวรถตู้ .ทักทายกัน เล็กน้อย เพราะดูท่าทางบางคนยังเมาขี้ตาอยู่ ขึ้นรถหาที่นั่งกัน ตามเบาะที่เป็นแถว นั่งกันสบายไม่แออัด เพราะรถตู้ปรกติ บรรทุกได้ ถึง 11 คน..ความจริงเราชวน พรรคพวกที่ทำงานเดียวกัน กับน้องลูกสาวคนตาย ไปกันหลายคน แต่ระยะทางมันไกลเลยถอดใจกัน ฝากแต่ซองทำบุญไป....
รถตู้ มุ่งหน้าออกเดินทาง เราใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ..ถนนเส้นนี้เมื่อ 50 ปีก่อนถือว่าเป็นถนนที่ดีที่สุดในประเทศไทย สร้างโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอเมริกา.ความยาว.ต้นทางที่สระบุรีสุดปลายทาง นครราชสีมา...เดิมพื้นถนนลาดยางมะตอย...ความกว้าง 2 เลน..ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆบางคนเล่าว่า ขนาดขับรถบนถนนน้ำในแก้วยังไม่หก...คงจะเปรียบให้เห็นว่าถนนเรียบเป็นกระดาษ....นั่นมัน พ.ศ. 2500...
ปัจจุบันเป็นถนนคอนกรีต กว้างขวางใหญ่โต ....มีเลนให้วิ่งหลายเลน ...ขับสบายๆๆ...
ลุงบุญ อายุ กว่า 50 ปี แกเป็นเจ้าของรถเอง ใช้บริการกันบ่อย เพราะแกขับรถดีไม่คึกคะนอง นิสัยเป็นกันเอง ...ผมเคยเจอรถตู้บางคัน เจ้าของรถไม่ได้ขับเองเพราะมีหลายคัน จึงจ้าง คนอื่นขับ ไม่รู้มันทะเลาะกับเมียมาหรือเปล่า...? ขับเหมือนไม่มีคนอื่นนั่งอยู่ด้วย...เข็ดขยาด..ขอจำหน้าคนขับจนวันตาย.....และขออวยพรขอให้มันไปตายคนเดียว เถอะ ....!!!
“เฮ้ย...เบิ้ม มีแผนที่วัดที่จะไปนี่ หรือเปล่า ???” ผมหันหน้าเอ่ยถาม......กับเบิ้มซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง...
“มี มี จดมาแล้ว ” ......เบิ้ม พูดพร้อมหยิบกระดาษขนาด เอ 4.....ยื่นมาให้. ….
กางกระดาษดู เป็นแผนที่วาดอย่างสังเขป แสดงตำแหน่ง ของวัดที่เราจะไปกัน ตกใจนิดหน่อย เพราะไม่ได้อยู่ในตัว อำเภอ หรือจังหวัด....ดูจะห่างไกลออกไปอีกมาก..ก็เพียงแต่ภาวนาขอให้ ถนนหนทางไม่ แย่จนเกินไป.. สงสารรถ...เกรงใจคนขับ...!!!
ประมาณ 2 โมงเช้า เราก็ถึงโคราช ลุงบุญเลือกใช้เส้นทางอ้อมเมือง เพื่อไปสู่จังหวัดขอนแก่น แวะกินข้าวกิน กาแฟ ที่ปั๊ม น้ำมันแห่งหนึ่ง ทุกคนอิ่มกันถ้วนหน้า กระ
ปี้กระเปร่า...สดชื่นขึ้น....เพราะช่วงขึ้นรถมาตอนแรก..พวกเล่นนอน กันอย่างเดียว..แต่ผมตาแข็งไม่หลับเหมือนคนอื่น นั่งมองข้างทาง ดูไร่นา บ้านคน เพลินตาดี....
พอรถตู้เคลื่อนตัวออกจาก ปั๊มน้ำมัน “ลุงบุญ เราไปตั้งต้นอีกที่ ตรงทางแยกอ้อมเมือง ก่อนถึงจังหวัดขอนแก่น นะ” ผมยื่นหน้าบอก...เพราะช่วงต่อไปเราจะไปต่อที่จังหวัดกาฬสินธิ์ ...กลัวลุงบุญจะขับเลยไปเพราะแกยังไม่เคยไป จังหวัดกาฬสินธิ์ ...
เส้นทางกว้างดี..โดยเฉพาะไหล่ทางกว้างเป็นพิเศษ พวกที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์จะปลอดภัย และมีที่ให้พักรถใหญ่เช่น 10 ล้อ 18 ล้อเป็นช่วงๆ สำหรับที่พักรถจะขยายออกไปจากริมทางอีก ทำให้ไม่เกะกะรถเล็กที่วิ่งมาตามไหล่ทาง.....เพราะเคยมีอุบัติเหตุบ่อยๆ...ที่รถบนถนนวิ่งมาชนท้ายรถที่จอดอยู่ริมทาง.....ตายเจ็บกันไปเยอะ..การป้องกันที่ดี..ก็จะเป็นบุญกุศลของพวกมักง่ายและ ประมาท.....
“พี่ พี่...อ้ายหน่อง(หมายถึงลูกสาวคนตาย) มันไปวัดยังไงไปกับใคร” เสียง อีขรรชัย(ที่ทำงานเรียกกันอย่างนั้น)..เพราะลักษณะของแก เป็นเหมือนตุ๊ด...แต่จีบทั้งผู้หญิง ..สีทั้งผู้ชาย..เลยไม่รู้อยู่เพศไหน... ถามมาจากด้านหลังรถ.....คงเป็นห่วง น้องหน่องเพราะน้อง หน่อง ยังไม่มีแฟน สวยเสียด้วยอายุแค่ 20 เศษๆเพิ่งบรรจุเข้ารับราชการไม่กี่ปี....
เหมือนพรรคพวกรู้ทัน เสี่ยเจ๋ง เลยดักคอ “แม่ตายทั้งที จะให้ไปพร้อมแขกหรือไง ? เจ้าภาพต้องไปก่อน...อ้ายหน่องมันลางานตั้ง 3 วัน ป่านนี้อยู่ที่วัดแล้ว”….ผมว่าพวกที่มางานศพ คราวนี้ คงอยากสร้างคะแนนให้ตัวเอง ตามภาษาพวกหัวงู ทั้งหลาย...แต่ไม่ใช่ผมนะครับ....
“ พี่ พี่......” เสียง เสี่ยหมาน พูดขึ้นมาบ้าง “ผมไม่เกี่ยวกับ น้องหน่อง ผมขอให้ โชเฟอร์หยุดรถ ตรงที่พักรถข้างหน้าได้ไหม”........มันพูดขึ้นมาลอยๆๆๆ
“ได้ครับ ได้ จะจอดให้ครับ” ลุงบุญรีบบอก....เพราะแกเป็นคนใจดี......
“ผมปวดเยี่ยว แล้วขอสูบบุหรี่ ซักมวน” เสี่ยหมานรีบพูด ออกตัว.....เสียงสั่นๆเหมือนเสียงคนจะลงแดง....ยังไงยังงั้น...
ประมาณ 5 โมงเช้า เราก็ถึง ทางแยกบายพาส ทางด้านขวามือ เลี้ยวเข้ามาแล้ว ข้ามทางรถไฟ...ก็จะออกสู่...มหาสารคามเมืองแห่งการศึกษา เพราะที่นี่ดูเป็นเมืองเล็กๆ....แต่มีนักศึกษามาเรียนที่นี่กันมาก....
ผ่านมหาสารคาม ไปถึงยางตลาด เลี้ยวซ้าย เพื่อไปจังหวัด กาฬสินธิ์ ....ดูนาฬิกา เกือบบ่ายโมงแล้ว แวะกินอาหารกลางวันกัน...อ้าย เหวง แลบลิ้น ทำท่าเหมือนอยากกิน เบียร์ แต่ผมสั่งห้าม บอก เอาไว้กินตอนขากลับ ให้เสร็จงาน ศพก่อน....
รถตู้วิ่งมาถึง...จังหวัดกาฬสินธิ์ แต่เราไม่เข้าตัวจังหวัด รถเลี้ยวขวาไปทางจังหวัด ร้อยเอ็ด ผมเอาแผนที่มาดูรายละเอียด อีกครั้ง แผนที่ระบุว่า จากจุดนี้อีกประมาณ 20 กิโลเมตร ให้สังเกตุทางแยกขวามือ มีต้นไม้ใหญ่อยู่ปากทาง และจะมีป้ายเขียนชื่อวัดที่เราจะไป..ให้เลี้ยวเข้าไป...ในแผนที่ไม่ได้บอกระยะทางเพียงแต่บอกให้ ไปเรื่อยๆจะถึงวัดเอง...
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ถึงตำแหน่งตามที่แผนที่ บอกไว้ ลุงบุญเลี้ยวรถ เข้าทางแยก ....สภาพถนนเป็นลูกรัง...กว้างไม่น่าเกิน 5 เมตร สองข้างทางก็เป็น ป่าโปร่งเหมือนชนบททั่วไป แต่แปลกแถวนี้ไม่ค่อยมีใครทำนา มองดูเหมือนปลูกพืชอย่างอื่น สภาพที่ดินเป็นเหมือนเนินเขา รถวิ่งเร็วไม่ได้ถนนบางช่วงสูงขึ้นบางช่วงลาดต่ำลง ผิวถนนเป็นหลุมบ่อพอประมาณ ที่สำคัญ ตั้งแต่เข้ามาไม่มีบ้านคน ซักหลัง
ลุงบุญ ขับรถไป..ช้า ๆ…คงเดาใจผมออก แกบอกว่า เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ จะมีบ้านรวมกันอยู่ในหมู่บ้าน หน้าทำนาจะออกจากบ้านมาทำนากัน บริเวณนี้เป็นที่ทำไร่-นา จึงไม่มีบ้านคน เพราะคนจะไปอาศัยรวมกันในหมู่บ้าน จะเห็นก็มีแต่เถียงนา หรือกระท่อมเล็กๆไว้กันแดดกันฝนเวลามานา-มาไร่
(มีต่อ)