ชื่อนั้นสำคัญไฉน
ราส์ส กิโลหก
ประมาณ พ.ศ. 2539 ผมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้เดินทางไปช่วยราชการ ณ จังหวัดทางภาคอีสาน โดยกำหนดระยะเวลา 1 ปี
ผมไปทำหน้าที่หัวหน้างานประจำสำนักงานที่ดินจังหวัด โดยปฏิบัติหน้าที่ในฝ่ายรังวัด สำหรับราษฎร์ที่เป็นเจ้าของที่ดินที่มีความประสงค์จะมาทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินของตน จะต้องมาติดต่อ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้นๆ เฉพาะของฝ่ายรังวัดจะรับผิดชอบเกี่ยวกับ การรังวัดแบ่งแยกที่ดิน สอบเขตที่ดิน(ในกรณีหลักเขตสูญหาย หรือไม่ทราบแนวเขตที่ดินของตน) รังวัดที่ดินพิพาทตามคำสั่งศาล หรือการขอออกโฉนดที่ดินใหม่..
วิธีการขอรังวัดที่ดินคือ เมื่อเจ้าของที่ดินมาติดต่อแจ้งความประสงค์ เจ้าหน้าที่ ก็จะรับเรื่องไว้และกำหนดวันออกไปทำการรังวัด โดยทั่วไปหลังจากรับเรื่องแล้วระยะเวลาประมาณ 30วัน
จำนวนช่างฯผู้ทำการรังวัดในฝ่ายรังวัดมีจำนวน 5 คน การกำหนดตัวช่างฯและวันที่รังวัด จะเป็นหน้าที่ของหัวหน้าฝ่ายฯ เมื่อกำหนดชื่อช่างฯพร้อมกำหนดวันทำการรังวัดแล้ว..จะมีหนังสือทำเป็นสำเนามอบให้เจ้าของที่ดิน 1 ฉบับ หนังสือฉบับนี้จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อช่างฯและวันที่ทำการรังวัด..ซึ่งเจ้าของที่ดินจะต้องเก็บไว้ให้ดีเพื่อสะดวกในการติดต่อและติดตามเรื่องราวของตน
ในการรังวัดที่ดิน เจ้าของที่ดินจะต้องมารับช่างแผนที่ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด ตามวันที่กำหนดไว้ เพื่อนำเจ้าหน้าที่ไปยังแปลงที่ดิน (ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแนวทางใหม่ เจ้าของที่ดินไม่ต้องมารับเจ้าหน้าที่ แต่ให้นัดกันที่สถานที่ใกล้เคียง เช่นวัด โรงเรียน หรือ อบต. ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่ดิน)
ยายหนู อายุซัก 60 ปี แกมีตาข้างเดียวอีกข้างดูเหมือนจะออกถั่วๆ มือซ้ายหิ้วตะกร้าหมาก ปากเคี๊ยวหมาก แยบๆๆ เดินมานั่งรอที่ฝ่ายรังวัดหลังจากได้ยื่นเรื่องขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมที่ฝ่ายทะเบียนแล้ว แกมานั่งรอเพื่อให้ฝ่ายรังวัดดำเนินการกำหนดตัวช่างฯและวันที่ทำการรังวัด..
ผมตรวจดูเอกสารต่างๆเรียบร้อยแล้ว ได้เสนอให้หัวหน้าฝ่ายฯเพื่อกำหนดตัวช่างฯและวันที่จะทำการรังวัด..
เมื่อจบขั้นตอน เจ้าหน้าที่จะมอบหนังสือที่เรียกว่าใบนัดรังวัดเป็นสำเนาให้แก 1 ใบ พร้อมอธิบายรายละเอียดต่างๆให้ทราบ เช่นว่า ให้มารับช่างชื่ออะไร ในวันที่เท่าไหร่ พร้อมสำทับไปด้วยเกี่ยวกับสภาพที่ดินโดยขอให้ถากถางให้เรียบร้อย..อย่าให้รกเพราะจะไม่สะดวกในการรังวัด.
หลังจากนั้นประมาณ 30 วันผมมาทำงานแต่เช้า กำลังเดินขึ้นสำนักงานฯ สังเกตุเห็นยายหนู กับพรรคพวกเป็นหญิงแก่รุ่นราวคราวเดียวกัน นั่งล้อมวงปั้นข้าวเหนียวกินกันอยู่บนสนามหญ้าหน้าที่ทำงาน ที่จำแกได้เพราะแกมีตาข้างเดียว
ผมนั่งทำงานจนเวลาล่วงไปถึง เกือบ 10 โมงเช้า ช่างที่อยู่ในฝ่ายฯเริ่มทยอยออกไปทำการรังวัดเมื่อมีเจ้าของที่ดินมารับตามที่กำหนดนัดกันไว้ จนเหลือช่างอยู่เพียง 1 คน ช่างคนนี้ก็มีคิวรังวัดในวันนี้ ด้วย.ซึ่งแกก็จัดเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน..
จนเวลาไปถึง 10.30 น.ช่างผู้นี้เริ่มบ่นว่าทำไมเจ้าของที่ดินไม่มารับเสียที มารับสายๆเดี๋ยวงานไม่เสร็จ จะเสียงานเสียการ เค้าเริ่มหงุดหงิดเพราะคนงานอีก 3 คนก็นั่งรออยู่ด้วยกัน..ผมนึก เอะ ใจ จึงถามว่าเจ้าของที่ดินชื่ออะไร..
“ชื่อนางหนู พี่ ! แกขอแบ่งแยกในนามเดิมอีก 5 แปลงเนื้อที่ตั้ง 50 ไร่แปลงใหญ่ๆอย่างนี้ไปสายเดี๋ยววันนี้ก็ไม่เสร็จ ” หมอพูดอย่างเซ็งๆ..
“เฮ้ย ! .” . ผมนึกถึงยายหนูตาเดียวทันที “แกมาแล้ว ! เมื่อเช้ายังเห็นแกนั่งอยู่สนามหญ้าหน้าที่ทำงาน เห็นนั่งจิ้มข้าวเหนียวอยู่เลย”...
“ โป๋ๆๆ เอ็งลงไปดูผู้หญิงแก่ๆมีตาเดียว คงอยู่ที่สนามหญ้าข้างหน้านี่แหละ ..ไปตามขึ้นมา ซิ”.ผมหันไปบอกกับคนงานรังวัดที่เดินเตร่ๆอยู่ใกล้ๆ..
ซักพัก..ยายหนูหิ้วตะกร้าหมากอาวุธประจำกาย เดินตามอ้ายโป๋คนงานรังวัดขึ้นมาบนสำนักงานฯพอเจอหน้าแก ผมถามว่าทำไม่ไม่ขึ้นมารับช่างฯมัวทำอะไรอยู่ นี่ก็เกือบห้าโมงเช้าแล้ว กว่าจะไปถึงที่ดินคงเกือบเที่ยงละมั๊ง..!
แกทำหน้างงๆ พร้อมควักหนังสือใบนัดรังวัดที่ยับยู่ยี่ออกมาจากตะกร้าหมาก…
พลางหันหน้าไปมองไปที่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนที่ชี้แจงกับแก เมื่อ 30 วันก่อน
แกเอานิ้วชี้ไปที่เจ้าหน้าที่ผู้หญิง “ อี หนูคนนี้แหละบอกกับยายว่า ให้มารับ “ช่างฯเที่ยง” แล้วนี่เพิ่ง ห้าโมงกว่า ข้าก็ยังไม่ขึ้นมาซิ ! นั่งอยู่ข้างล่างมันเย็นสบายดี กะว่าเที่ยงเมื่อไหร่ถึงจะขึ้นมารับช่าง”..
“.......................................” จริงของแกเพราะช่างรังวัด มีชื่อว่า นายเที่ยง ................!!!!
หมายเหตุ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงไม่ได้โม้ นะครับ ???
(การทำงานหรือติดต่อกับราษฎร์ต้องชี้แจงดีๆ ผมไม่ได้ว่าโง่นะครับ แต่ผู้สูงอายุบางท่านบางครั้งก็เหมือนเด็ก ที่สื่อสารกันลำบาก ครับ ถึงมีเรื่องขำๆบ่อยเกี่ยวกับถุงยางอนามัยที่เล่าขานกันมา)