รักที่ต้องลงโทษ
รักที่ต้องลงโทษ
เรื่องดีๆ ที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากกว่าสิ่งของ
ผมเองเมื่อยังเป็นเด็ก ....น้องเล็ก...
ลูกชายคนเล็กของน้าชายที่เป็นครูใหญ่โรงเรียนประจำอำเภอ ที่ฉันไปพักอยู่ด้วย
ฉันเห็นน้องเล็กนั่งอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่นในมือข้างหนึ่ง
มีปากกาหนึ่งด้าม ขณะที่ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือหนังสือสะสม
ราคาแพงของน้า
น้องเล็กคงปีนขึ้นไปหยิบจากบนชั้นหนังสือ
เมื่อพ่อน้องเล็ก เดินเข้ามาในห้อง.............
น้องเล็กก็ก้มหน้างุดๆและทำท่ากระสับกระส่าย
เขารู้ตัวดีเชียวแหล่ะว่ากำลังทำผิด แม้จากระยะไกล
ฉันก็เห็นรอยขีดเขียนเปรอะไปทั่วบนหน้าหนังสือของพ่อ
และตอนนี้น้องเล็กกำลังจ้องมองพ่อตาโตด้วยความหวาดหวั่น
รอคอยที่จะถูกลงโทษ ฉันเห็นน้า น้าหยิบหนังสือขึ้นมามอง
แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โดยไม่พูดอะไรสักคำ
หนังสือทุกเล่มมีความหมายต่อน้ามาก
หนังสือคือความรู้
และหนังสือเล่มนี้ก็เป็นหนังสือสะสมราคาแพงแต่ในขณะเดียวกัน......
ท่านก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก.............
สิ่งที่น้าเขาทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้นั้นยอดเยี่ยมมาก
แทนที่ท่านจะลงโทษหรือดุน้องเล็ก หรือแม้แต่ตำหนิความซุกซน
น้ากลับนั่งลง หยิบปากกาจากน้องเล็กมาถือไว้
แล้วเขียนอะไรบางอย่างลงในหน้าหนังสือสะสมราคาแพงนั้นเสียเอง
น้าเขียนที่ข้างๆลายเส้นที่น้องเล็กขีดไว้ว่า
" ภาษาของน้องเล็ก เมื่ออายุสองขวบ... "
ต่อไปนี้ไม่ว่าครั้งไหนที่พอหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิด
พ่อก็จะเห็นใบหน้าน้อยๆที่น่ารักและดวงตาที่สดใสของลูก
และจะขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเด็กน้อยคนนี้
มาให้ขีดเขียนหนังสือแสนหวงแหนของพ่อ
ลูกทำให้หนังสือเล่มนี้มีความหมาย
เหมือนกับที่พี่ๆของลูกนำความหมายมาสู่ชีวิตของพ่อเหมือนกัน
"ว้าว" ฉันคิด นี่หรือคือการลงโทษของพ่อ?
นานๆครั้งฉันก็หยิบหนังสือที่สะสมไว้
มาให้ลูกหลานของฉันขีดเขียนเล่น ทุกครั้งที่มองดูลายมือหยุกหยิกเหล่านั้น
ฉันก็นึกถึงสิ่งที่น้าได้ทำกับน้องเล็กในวันนั้น
น้าได้สอนให้ฉันรู้ว่า .."อะไรกันแน่ที่มีค่าต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง "
ซึ่งนั้นก็คือ "คนที่เรารัก ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ"
ลองมองย้อนตัวเองดูนะครับ ในแต่ล่ะวัน
เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อยู่เสมอ เช่นเวลาคุณทานข้าวกับ ภรรยา
อยู๋ที่ร้านอาหาร เธอหวังดีอยากจะเทซ้อสให้คุณ
แต่มันกลับหกเลอะเสื้อตัวเก่งของคุณและทำสีหน้า ที่ตำหนิเธอ
และคำพูดที่บอกว่า "เดี๋ยวผมเทเองก็ได้ "
นอกจากคำขอโทษที่เธอพร่ำบอก น้ำตาใสๆที่เริ่มเอ่อ ขึ้นในใจเช่นกัน
เพราะอาหารมื้อนั้นไม่มีรสชาดสำหรับเธอเสียแล้ว
แต่ถ้าคุณบอกกับเธอว่า ถ้าซักไม่ออกก็ไม่เป็นไรหรอก เมื่อผมหยิบเสื้อตัวเนี๊ย ขึ้นมาใช้ครั้งใด
ผมจะหวนนึกถึงร้านนี้ทุกครั้งไปที่ได้มีโอกาสมาทานข้าวกับคุณ
และได้คิดถึงทุกครั้งว่าภรรยารักและเอาใจใส่ผม มากเท่าใด
อยากปรนนิบัติเอาใจ (จนซ้อสหกใสผม)
แต่คราวหน้าออกมาทานข้าว ผมจะเป็นคนเท ซ้อสให้คุณมั้งล่ะ (ทีนี้ตาเราบ้าง)
รอยยิ้มจากหัวใจของเธอได้เริ่มโบยบินแล้ว แค่นี้คุณก็ลงโทษเธอให้ระวังมากขึ้นแล้ว
สิ่งที่มีค่าต่อชีวิตคนเรานั้นไม่ใช่ นาฬิกาเรือนล่ะแสน
หรือ เนคไท เส้นล่ะ เป็นพัน
แต่เป็นที่ความอบอุ่นในหัวใจที่คุณรู้ว่ามีใครคนหนึ่ง เฝ้ารัก เฝ้าถนอม
ความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาต่างหากล่ะ
แล้วคุณล่ะครับ เคยลงโทษใครด้วยความรักหรือ ยัง
โดยคุณ : ครูนพ