"เรื่อง ผมรักพ่อ"
"เรื่อง ผมรักพ่อ"
เนื่องจากตอนนี้ใกล้วันพ่อแห่งชาติ เลยอยากส่งบทความเกี่ยวกับความรักของพ่อ
ซึ่งไปแอบลอกมาจากที่อื่น ถ้าใครเคยอ่านแล้วขอโทษด้วยค่ะ อ่านใหม่แล้วกัน
และขอขอบคุณเจ้าของเรื่องที่ไปลอกมาด้วยค่ะ
(หญ้าแพรกก็ไปหยิบมาอีกต่อนึงคะ อ่านแล้ว.ซึ้งมาก )
เช้าวันศุกร์ ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง
อีกสองวันก็ถึงวันที่ผมรอคอยและเตรียมตัวมาตลอดสองปี
ผมเรียนพิเศษตลอดสองปีก็เพื่อจุดหมายเดียวที่พ่อหวังไว้
ผมต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อให้ได้
ผมใช้เวลาวันละเกือบสิบชั่วโมงในสองเดือนสุดท้าย เพื่อเตรียมตัว
ให้เหนือกว่าคู่แข่ง ช่วงสองเดือนนี้เองที่ผมต้องนั่งทำแบบฝึกหัด
จนถึงตีสามทุกวัน และก็ทุกวันพ่อผมจะหากิจกรรมของเขามานั่งทำเป็นเพื่อน
เรานั่งอยู่ด้วยกันจนเกือบเช้าทุกวัน ทุกๆคืนผมจะมีไมโลร้อนๆมาวางอยู่ข้างหน้า
พร้อมๆกับมือของพ่อที่จะคอยตบบ่าให้กำลังใจ คอยเตือนว่า
นอนได้แล้วละลูก อย่าเครียดเกินไปเลย ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงนั้น
ลอดหูเข้ามาเลย มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยจนบางทีก็ออกจะรำคาญ ที่ถูกเตือนให้นอน
เมื่อคืนนี้ก็เหมือนทุกคืน พ่อยังคงชงไมโลมาให้ แต่แปลกหน่อย
ตรงที่พ่อยังคงคุยกับแม่จนดึก แล้วค่อยมานั่งเป็นเพื่อนผม
วันนี้วันศุกร์ อีกสองวันเอง ผมเดินสวนกับพ่อเข้าห้องน้ำด้วยความรู้สึกแปลกๆ
รู้สึกว่าอยากจะพูดอะไรด้วยแต่ก็ไม่ได้พูด ผมเดินไปแปรงฟันและอาบน้ำ
ตอนเดินออกมาพ่อก็ออกไปทำงานเสียแล้ว
วันนี้รู้สึกดีใจเป็นพิเศษผมทำคะแนนจากข้อสอบปีเก่าๆที่ได้ประเมินไว้
ประมาณสิบเอ็ดโมงผมทำข้อสอบเสร็จและตั้งใจว่าถัดจากนี้ไปสองวัน
จะเป็นวันพักผ่อนเพราะไม่ต้องการให้เครียดก่อนวันสอบมาถึง
ผมทำข้อสอบอยู่ชั้นสองของบ้าน น้องชายก็ขึ้นมาบอกว่า
พ่อแวะเอาอาหารเข้ามาให้เรา ความรู้สึกตอนนั้นผมอยากลงไป
บอกพ่อว่าทำคะแนนได้ดี แต่ก็คิดว่าอีกสักเดี๋ยวค่อยลงไป พอลงไปอีกที
พ่อก็ออกไปทำธุระเสียแล้ว ผมนั่งดูที.วี.อยู่จนกระทั่งบ่ายสามโมง
มีโทรศัพท์ดังขึ้น ผมเดินไปรับเสียงผู้หญิงลอดมาตามสาย
จับใจความได้ว่าเขาเอ่ยชื่อพ่อผม แล้วบอกว่ารถคว่ำเพราะหักหลบเด็ก
วิ่งข้ามถนน ผมเขียนโน๊ตไว้บนโต๊ะแล้วรีบไปโรงพยาบาล
ในใจตอนนั้นคิดว่าไปถึงพ่อคงใส่เฝือกแค่นั้น พอไปถึงอาผมก็มาถึงพอดี
หมอนำเอกสารมาให้เซ็นต์ผ่าตัด หมอบอกว่าอาการไม่ค่อนดี
เลือดคั่งในสมองต้องผ่าตัดด่วน แล้วก็เอาพ่อเข้าห้องผ่าตัด
ผมไม่ได้เจอพ่อเลย ตอนเย็นแม่มาก้ให้เรากลับบ้าน มีอะไรจะโทร.ไปบอก
เช้าวันเสาร์แม่โทร.มาบอกว่าพ่อดีขึ้นแล้ว อยู่ห้อง icu ผมตัดสินใจบอกแม่ว่า
จะไม่เข้าห้องสอบอยากเฝ้าอาการพ่อ แม่บอกว่ารู้รึเปล่า
พ่อเค้าอยากให้ผมสอบติดแค่ไหน วันที่รีบออกไปเพราะจะไปบนพระพรหม
ให้ลูกสอบติดแต่รถคว่ำเสียก่อน วันนั้นผมบอกแม่ว่าผมจะเข้าสอบ
เพราะกลัวพ่อได้สติแล้วจะเสียใจ ผมหลบเข้าห้องน้ำยืนนิ่งแล้วก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุด
วันอาทิตย์แม่โทร.มาบอกว่าพ่อได้สติแล้ว แต่ยังไม่ให้ผมไปเยี่ยม
ให้สอบเสร็จก่อน ผมสบายใจขึ้นคิดอย่างเดียวว่าพ่อต้องดีใจถ้ารู้ว่าผมสอบติด
ผมมั่นใจมาก ทุกวันอาการของพ่อดีขึ้นแต่แม่ก็ไม่ยอมให้ผมไปเยี่ยม
ผมและน้องเข้าสอบอยู่ห้าวันจนเสร็จ ที่แรกที่ผมและน้องไปคือโรงพยาบาล
ผมไปถึงแม่และอายังอยู่หน้าห้องICU ผมทำข้อสอบไม่ได้ดีนัก
แต่มั่นใจว่าต้องติดที่ไหนสักแห่ง แม่ให้เข้าไปเยี่ยมพ่อ
พอผมเห็นพ่อ ผมยืนตัวแข็ง เดินต่อไปไม่ได้ พ่อถูกโกนผมเพื่อผ่าตัด
พ่อยังไม่ฟื้น แม่ขอโทษแม่บอกว่าอาการจริงๆดีขึ้นแต่ยังไม่รู้สึกตัว
ผมเดินเข้าไปจับมือพ่อ ผมเริ่มน้ำตาคลอ ผมบอกพ่อว่าผมสอบเสร็จแล้ว
รีบตื่นมาดูผลสอบด้วยกันนะ ทุกคนเห็นว่านิ้วมือพ่อขยับได้จริงๆ
นางพยาบาลเข้ามาดูแล้วบอกว่าอย่างนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว
วันรุ่งขึ้นตอนหกโมงเช้า แม่ไปถึงโรงพยาบาลโทร.กลับมาบ้านแต่เช้า
บอกว่าข้างเตียงบอกว่าเมื่อคืนพ่อลืมตามองไปรอบๆ แม่ดีใจมาก
ผมบอกว่าผมจะรีบไปก่อนแปดโมง ซักเจ็ดโมงนิดๆแม่โทร.มาอีกครั้ง
บอกให้เอาเสื้อสูทของพ่อไปด้วย ตอนนั้นผมร้องไห้ออกมาทันที
ผมรู้ว่าแม่หมายถึงอะไร ผมรู้ว่าผมได้สูญเสียคนที่ผมรักที่สุดในชีวิตไปแล้ว
ผมไม่มีโอกาสได้คุยกับพ่ออีกแล้ว พ่อรอจนกระทั่งผมสอบเสร็จ
พ่อรอจนกระทั่งลูกของพ่อเดินไปบอกว่าสอบได้แล้ว พ่อถึงไปอย่างสงบ
ครั้งเดียวในชีวิตที่ผมร้องไห้มากที่สุด ผมจะไม่มีใครชงไมโลมาให้อีกแล้ว
ผมจะไม่มีใครมาตบบ่าให้กำลังใจ ผมจะไม่มีวันได้พูดว่ารักพ่อ
ทั้งๆที่พ่อคือคนที่ผมรักที่สุด
วันนี้เวลาผ่านไปเกือบสิบปี
สิ่งหนึ่งที่ยังทำให้ผมเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้
คือวันศุกร์เมื่อสิบปีที่แล้ว ผมเดินสวนกับพ่อโดยไม่ได้พูดกับพ่อสักคำ
ผมควรจะได้พูดว่าผมรักพ่อแค่ไหน แต่ผมก็เดินสวนไปเฉยๆ
ทุกวันนี้ ผมไม่เคยหยุดที่จะคิด เมื่อเวลาบอกคนที่ผมรักว่า
ผมรักเค้ามากแค่ไหน
ผมจะไม่ยอมเสียใจกับสิ่งที่ผมไม่ได้ทำอีก
....."พ่อครับ ผมรักพ่อ".......