"......ตาดี...........ตาเดียว..............."
"......ตาดี...........ตาเดียว..............."
นิทานเซนเรื่องหนึ่งมีอยู่ว่า
พระตาเดียวคือพระตาบอดข้างหนึ่งเหลือตาดีอยู่ข้างเดียว
ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ต้อนรับแขกผู้เข้ามาเยี่ยมเยือนวัด
ทีนี้ก็มีพระผู้คงแก่เรียนผ่านมาขออาศัยพักแรม
จะพักแรมได้หรือไม่ต้องปฏิบัติตามกฎของวัดที่วางไว้
คือต้องผ่านการ "โต้ปริศนาธรรม"โต้แพ้ก็ไม่ได้พักเหมือนสอบไม่ผ่านทำนองนั้น
พระตาดีผู้เป็นพระอาคันตุกะ กราบพระตาเดียวแล้วก็ชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
เป็นปริศนาว่าพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่มีหนึ่งเดียว
พระตาเดียวยกสองนิ้วขึ้นชูตอบ
พระตาดีตีความได้ว่าสองนิ้วหมายถึงพระพุทธ กับ พระธรรม
นี่ย่อมแสดงถึงความหลักแหลมของพระตาเดียวที่โต้กลับมาว่า
เมื่อมีพระพุทธก็ต้องมีพระธรรม
ดังนั้นพระตาดีจึงโต้กลับด้วยการยกสามนิ้วชูใส่
อันหมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบองค์แห่งไตรรัตน์
คราวนี้พระตาเดียวกำมือขึ้นชูตอบ
พระตาดีเห็นดังนั้น
ก็รู้ว่าภูมิธรรมของตนนั้นด้อยกว่าพระตาเดียวเป็นแน่แท้
เพราะตีความกำปั้นที่ชูนั้นหมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ต้องรวมเป็น มัสมังคี คือสัมพันธ์เป็นอันเดียวกันดั่งกำมือ
นี่เป็นสัจธรรมอันยากจะโต้ได้
พระตาดีจึงก้มลงกราบพระตาเดียวแล้วหันหลังจากไป
เพราะรู้ตัวว่าภูมิธรรมไม่ผ่าน
พระตาเดียวเข้าไปเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าอาวาสฟัง
เจ้าอาวาสถามว่าท่านตีความปริศนาธรรมว่าอย่างไร
พระตาเดียวตอบเจ้าอาวาสว่า
ผมเห็นเขายกนิ้วเดียวก็ชักเดือด แล้วมีอย่างที่ไหน
เพิ่งพบกันก็มาหาว่าผมมีตาเดียว
อุตส่าห์ข่มใจยกสองนิ้วตอบไป เพื่อแสดงความยินดีที่เขามีสองตา
หนอย แน่ มันกับยกสามนิ้วเป็นเชิงเยาะเย้ยว่าเราสองคน
มีตารวมกันเป็นสามตา ซึ่งมันยังมีมากกว่าอยู่ดี
ผมตะบะแตกตรงนี้เอง ก็เลยเงื้อกำหมัดจะต่อยหน้ามัน
ดีที่มันรู้ตัวรีบเผ่นไปก่อน ไม่งั้นเจอดีแน่..........
นิทานเซนก็จบลงแค่นี้.........